Switch to English version.
| หน้าหลัก | ร่วมไว้อาลัย | สถานที่ติดต่อ | กระดานข่าว | สาระน่ารู้ | สินค้าและบริการ | ห้องสนทนา | ทำบุญทำทาน | เกี่ยวกับสุสานดอทคอม|
พิธีกรรมน่าศึกษา
 
ไทยเหนือ
พิธีศพของคนม้ง
พิธีศพมูเซอแดง
พิธีศพกะเหรี่ยง
พิธีศพลีซอ
พิธีศพเย้า
ประเพณีศพชาวเหนือ
ไทยกลาง
พิธีศพของคนไทย
ไทยอีสาน
พิธีส่งวิญญาณชาวโส้
ไทยใต้
พิธีเกี่ยวกับความตาย ของภาคใต้
ไทยมอญ
พิธีศพพระมอญ
 
ประเพณีศพชาวเหนือ


    ประเพณีการตาย หรือที่ชาวเหนือเรียกกันว่า "เฮือนเย็น" เมื่อมีคนป่วยหนักก็จะมีการไปเยี่ยมผู้ป่วย ญาติที่ใกล้ชิดก็คอยเฝ้ารักษาพยาบาล ถ้าป่วยหนักขั้นโคม่าก็จะนิมนต์พระมาแสดงธรรมเทศนาเรียกว่า"ฟังธรรมมหา วิบาก" เป็นการเตือนสติผู้ป่วยให้ระลึกถึงพระพุทธคุณ พระธรรมคุณ ระสังฆคุณ เป็นสรณะ และมีการไป ขอขมาลาโทษต่อขันแก้วทั้งสาม คือ พระรัตนตรัย จนกระทั่งหมดลมหายใจ

     ซากศพของผู้ป่วยนี้ทางเหนือเรียกว่า "คาบเน่า" ทำการอาบน้ำศพทางเหนืออาบกันจริงๆและถือเป็นเรื่อง ภายในวงญาติ โดยทำการต้มน้ำอุ่นๆ แล้วนำศพไปจัดการอาบน้ำ แต่งกายศพด้วยเสื้อผ้าชุดที่ดีที่สุดที่มีอยู่ ผัดหน้าทาแป้งหวีผมให้เรียบร้อย แล้วเอาศพมาวางบนเสื่อมีกรวยดอกไม้ธูปเทียนถือพนมไว้ที่อกใช้ด้ายสายสิญจ์ มัดไว้แล้วเอาไม้ไผ่ 3 อันมาทำเป็นแคร่ เรียกว่า "ห้างลอย"ยกศพวางบนห้างลอยแล้วเตรียมยกศพเข้าใส่โลง โดยพวกช่าง(สล่า) เป็นผู้ทำหน้าที่โดยเฉพาะ ทางเจ้าภาพต้องมีขันตั้ง หรือขันครู เป็นค่าบูชาครู มีเหล้าโรง 1 ขวด เงิน 3 หรือ 6 บาท ถ้าเป็นศพที่ตายในเวลากลางคืน จะเอาศพวางไว้ตรงรอดขื่อเอาผ้าคลุมศพไว้ และจุดไฟไว้ทางเบื่องหัวศพเรียกว่า "ไฟยาม"และมีคนเฝ้าเป็นเพื่อนศพ จนรุ่งเช้าเอาศพใส่โลงเพื่อจัดการนำศพใส่โลงเรียบร้อยแล้วนำโลงศพตังไว้ที่สมควรบนเรือน ัที่ปักธูปไว้ทางปลายเท้าศพจุดไฟยามซึ่งจะไม่ดับจนกว่า จะถึงป่าช้า และ มีการทำธงสามชายเรียกว่า "ตุงสามหาง" วางไว้ทางด้านศรีษะ และมีย่ามใส่ห่อข้าวสะเบียง อาหารให้ผู้ตายเอาไปกินระหว่างเดินทางไปสู่ปรโลกเรียกว่าถุงห่อข้าว

    ในระหว่างที่ศพอยู่บ้านก็มีการทำบุญกันทุกวัน ตอนกลางคืนมีสวดและฟังเทศน์ ซึ่งส่วนมากผู้เฒ่าผู้แก่เป็นคน ฟัง ส่วนหน่มๆสาวๆจะช่วยกันทำงานด้านอื่นๆ เช่น ทำอาหารเตรียมของเลี้ยงแขกที่มาในงาน นอกจากนี้มักมี การเล่นเกมส์ต่างๆ เช่น เล่นแสง เล่นไพ่สี่(ไพ่ทำด้วยไม้มี 32 แท่ง เล่นได้ 4 คน)การเอาศพไว้ที่บ้านนั้นจะไว้ กี่วันก็ได้ตามแต่เจ้าภาพชาวเหนือไม่นิยมเผาศพในวัดเพราะเกรงว่าจะบาปกรรม จึงมีฌาปณสถานไว้ตามหมู่บ้าน
เรียกว่า ป่าเฮี่ยว หรือ ป่าช้า

    การเอาศพไปเผาต้องเลือกวัน และ ไม่นำศพในวันขึ้นหรือแรม 9 ค่ำ ในตอนเช้ามีการทำบุญ ตอนสายนิมนต์ พระมาสวดแสดงพระธรรมเทศนา แลพถวายภัตตาหารและไทยทาน หากมีการบวชหน้าศพก็จะบวชในตอนเช้า การบวชจะบวชเพียง 3-7 วัน หรือเพียงวันเดียวเท่านั้น แต่ก่อนเอาศพลงเรือนจะมีการขอขมาศพก่อน และมีการ ทุบหม้อน้ำซักฟากออกสามกีบ แล้วจึงเคลื่อนขบวนโดยขบวนมีคนถือธงสามชายนำหน้า ถัดมาเป็นคนถือหม้อไฟ แล้วก็พระสงฆ์ คนส่งศพก็จะช่วยกันลากรถศพ หากมีพระที่บวชจูงศพก็จะจูงศพไปด้วย เมื่อถึงป่าช้าจะมีการ บังสุกุลแล้วนำศพออกจากโลงเอามะพร้าวล้างหน้าศพ และจัดการผ่าโลงเสร็จแล้ว นำเอาศพบรรจุโลงตามเดิม เอาศพเวียนเชิงตะกอน 3 รอบ แล้วเอาศพวางบนเชิงตะกอน แล้วให้พระเป็นผู้จุดไฟเผาศพก่อน ต่อมาก็เป็น ญาติพี่น้อง และแขกเหรื่อ

    หลังจากการไปส่งศพ และทำการเผาเรียบร้อยแล้ว เมื่อผู้ไปส่งศพจะกลับบ้านต้องไม่เหลียวหลังดูศพอีก และ เมื่อกลับถึงบ้านเจ้าภาพแล้วเขาจะจัดน้ำขมิ้นส้มป่อยไว้ตรงหน้าบ้านให้เอาน้ำมาลูบศรีษะ หรือหน้าเพื่อเป็น สิริมงคลต่อไป และทางเจ้าภาพจะมีการสวดสังคหะ ซึ่งบางทีก็จะสวดในวันเก็บอัฐิ คือเพื่อทำการฌาปนกิจ ศพแล้ว 3 วัน ทำการเก็บอัฐิ การเก็บอัฐิจะทำเฉพาะญาติพี่น้อง มีการบังสุกุลกระดูก และมีการทำบุญบ้าน เรียกว่า สังคะ เป็นการทำบุญเพื่อชำระล้างอวมงคลออกจากบ้าน ส่วนอัฐิ บางคนเอาไปก่อเจดีย์บรรจุไว้ตามวัดเรียกว่า กู่ สำหรับเจ้านายและ พระภิกษุ และผู้มีสกุลสูง ส่วนชาวบ้านทั่วไปที่ไม่ทำเจดีย์บรรจุอัฐิ ก็เอาอัฐิไปก่อเจดีย์ทราย กลางน้ำ เมื่อน้ำมากก็จะพัดพาไปตามยถากรรม ถือว่าทำให้ลูกหลานอยู่เย็นเป็นสุข หรือบางราย เอาอัฐิไปตำให้ป่น เอาปนกับดินปืนแล้วจุดไฟไหม้สูญหายไปในอากาศ เชื่อว่าไม่ต้องมีภาระผูกพันกันในการทำบุญสุนทานอีกต่อไป

แหล่งทีมา : ประเพณีไทยภาคเหนือ, สงวน โชติสุขรัตน์

Back to Top

 

ติดต่อพวกเราได้ที่นี่

Copyright © บริษัท ไอที โอพีเอ็ม จำกัด
อาคารเอเวอร์กรีนเพลส ชั้น 10B 318 ถ.พญาไท
แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
Tel : (02)2194302-11 Fax : (02)2194300
E-mail
: webmaster@susarn.com

 

เสื้๏ ้