กรรมที่กระทำในชาตินี้ไปแสดงผลในชาติหน้าได้อย่างไร
มีนักปราชญ์ราชบัณฑิตหรือศาสดาหลายท่าน ได้พยายามคิดค้น ว่าคนตายสูญไปเลย
หรือคนตายแล้วไปเกิดได้อีก ถ้าไปเกิดได้อีกจะไปเกิดเป็นอะไร
อย่างไร
สำหรับคำสอนของพระพุทธศาสนานั้น พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า
คนตายแล้วไปเกิดอีกได้ และจะไปเกิดเป็นมนุษย์หรือเป็นสัตว์อีกก็ได้
โดยจิตหรือวิญญาณนั้นมิได้เป็นอมตะไม่มีวันตาย หากแต่เกิดดับสืบต่อไปไม่ขาดสาย
จิตนั้นเป็นธรรมชาติที่รู้อารมณ์ รู้จักนึกคิดจดจำ จิตนั้นเป็นธรรมชาติที่มีความเกิดดับสืบต่อกันมา
มิได้หยุดนิ่ง และจิตนั้นเป็นนามธรรมที่ไม่สามารถมองเห็นหรือจับต้องได้
แต่มีอำนาจสั่งการ เก็บอารมณ์ต่างๆไว้ในจิตแล้วค่อยแสดงออกมาใน
2 ลักษณะ คือ
1. การงานที่จิตกระทำ ได้แก่ การที่จิตรับอารมณ์ความรู้สึกจากสัมผัสทั้ง
6 คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจเช่น การเห็น ได้ยิน คิด เป็นต้น
2. จิตเป็นภวังค์ ได้แก่ จิตไม่ได้รับอารมณ์ความรู้สึกจากสัมผัสทั้ง
6 แต่จิตก็ทำงานอยู่ตลอดเวลา คือ เกิด ดับ
 |
ภวังค์ หมายถึง องค์แห่งภพ คือจิตตั้งแต่ปฏิสนธิจนถึงจุติคือตาย
ขณะใดที่จิตเป็นภวังค์ที่เห็นง่ายๆคือ คนกำลังหลับสนิท เพราะขณะหลับสนิทจะไม่รู้สึกตัวเลย
แต่ขณะใดจิตมีความ รู้สึก จิตก็พ้นจากภวังค์ ความจริงขณะที่เราเห็นหรือได้ยินหรือคิด
นั้น จิตก็มีอารมณ์ความ รู้สึก แล้วก็มีภวังคจิตขึ้นสลับอยู่ตลอดไป
ทั้งนี้เป็นไปโดยรวดเร็วมาก เราจึงไม่รู้สึก
ตามพุทธภาษิต พระพุทธเจ้าทรงแบ่งความตายออกเป็นส่วนใหญ่ๆ ไว้เป็น
2 ประการ คือ
กาลมรณะ คือ ถึงเวลาที่จะต้องตาย
อกาลมรณะ คือ ยังไม่ถึงเวลาที่จะต้องตาย
เป็นการแสดงให้เห็นว่า ความตายเมื่อถึงเวลาตายก็มี
ยังไม่ถึงเวลาแล้วตายก็มี อะไรเป็นเหตุเป็นปัจจัยนำสัตว์ทั้งหลายให้ต้องเวียนเกิดเวียนตาย
หรือต้องไปเกิดในภพใหม่ไม่ได้หยุดหย่อน ตายแล้วก็ต้องไปเกิด
เพราะมีจิตปรารถนาที่จะไปเกิดใหม่อีก ความปรารถนานั้นเป็นพลังมหาศาลที่ไม่อาจสัมผัสได้
กำลังของความปรารถนาแต่อดีตนั้น สามารถส่งผลให้จนถึงปัจจุบันและอนาคตได้
ซึ่งความปรารถนานี้ก็คือ โลภะ ตัณหา
ดังนั้น จิตเป็นธรรมชาติที่รับอารมณ์
มีอารมณ์อยู่เสมอ และอารมณ์ที่เกิดขึ้นก็ด้วยเหตุต่างๆกัน แต่สำหรับคนที่ใกล้จะตาย
อารมณ์ในขณะใกล้จะตาย เรียกว่า กรรมอารมณ์ กรรมนิมิตอารมณ์ คตินิมิตอารมณ์
 |
1. ผู้ใดกระทำกรรมอะไรไว้ ไม่ว่าจะดีหรือชั่ว
เมื่อทำไว้มากๆ กรรมเหล่านั้นจะกระทำกับจิตเกิดเป็นอารมณ์ ทำให้จิตสร้างเป็นมโนภาพ
ไปต่างๆนานา เช่น ฆ่าสัตว์ไว้มากๆ ก็มักจะเห็นการฆ่าสัตว์ อารมณ์นี้เป็นกรรมอารมณ์
2. ผู้ที่ใกล้จะตายเห็นนิมิตต่างๆ เช่น เห็นอุปกรณ์การกุศลที่เคยทำมา
ขบวนแห่บวชนาค ทอดกฐิน อารมณ์นี้เป็นกรรมนิมิตอารมณ์
3. ผู้ใกล้ตายเกิดนิมิตเห็นถ้ำ เหว ปล่อง การทรมานสัตว์ ปราสาทราชวัง
บางทีไม่มีในเมืองมนุษย์ อารมณ์นี้เป็นคตินิมิตอารมณ์
สัตว์ทั้งหลายขณะใกล้จะจุต คือตาย
จะต้องเกิดกรรมหรือกรรมนิมิตหรือคตินิมิตขึ้นอย่างใดอย่างหนึ่ง
เพราะอารมณ์กรรมเหล่านี้เป็นกำลังงานที่สำคัญจะผลักดันให้ไปเกิดใหม่
ทำให้มีภพชาติสืบต่อไป
แน่นอนอารมณ์ครั้งสุดท้ายเป็นที่หมายว่าจะต้องไปเกิดตามที่ตนได้เห็น
เหมือนเราทำแบบแปลนแผนผังไว้แล้วปลูกสร้างที่อยู่อาศัยตามแบบแปลนนั้นๆ
เช่น ผู้ที่จะไปเกิดเป็นมนุษย์ย่อมเห็นครรภ์ของมารดา ผู้ที่จะไปเกิดยังเทวภูมิย่อมเห็นเทพยดา
นางฟ้าหรือวิมาน ผู้ที่จะไปเกิดในนรกย่อมเห็นการเผาผลาญสัตว์
เห็นเปลวไฟ ผู้ที่จะไปเกิดเป็นเปรตก็เห็นปล่อง เห็นหุบเขาที่มืดมิด
ผู้ที่เกิดเป็นสัตว์เดียรัจฉานก็เห็นสัตว์ เห็นเชิงเขา ชายน้ำ
เป็นต้น
|