Switch to English version.
| หน้าหลัก | ร่วมไว้อาลัย | สถานที่ติดต่อ | กระดานข่าว | สาระน่ารู้ | สินค้าและบริการ | ห้องสนทนา | ทำบุญทำทาน | เกี่ยวกับสุสานดอทคอม|
กฎหมายน่ารู้
คำแนะนำการแจ้งตาย
การคืนเบี้ยประกันภัย
การประกันชีวิต
สิทธิที่จะตาย
ยกให้ขณะมีชีวิต
มรดกตกแก่ใคร ถ้าไม่มีพินัยกรรม
พินัยกรรม
ผู้จัดการมรดก
การจัดการมรดก
 
ยกให้ขณะมีชีวิต


      เมื่อบุคคลถึงแก่กรรมลง ทรัพย์สมบัติที่เขามีอยู่ก็จะกลายเป็นมรดกของผู้นั้น ซึ่งหากผู้นั้นไม้ได้ทำพินัยกรรมไว้ ทรัพย์มรดกของเขาก็จะตกทอดไปยังทายาทโดยธรรม ซึ่งได้แก่ ญาติและคู่สมรส แต่ถ้าผู้นั้นได้ทำพินัยกรรมไว้อย่างไร ทรัพย์มรดกก็จะตกไปยังบุคคลตามคำสั่งในพินัยกรรม แม้จะมีพินัยกรรมหากยังมีทรัพย์บางอย่างที่พินัยกรรมไม่ได้กล่างถึง ทรัพย์นอกพินัยกรรมก็คงตกทอดไปยังทายาทโดยธรรมปกติ
      ในปัจจุบันมีคดีความเกี่ยวกับเรื่องทรัพย์มรดกฟ้องกันในศาลอยู่เสมอ เป็นเพราะลูกหลานไม่สมัครสมานสามัคคีกัน ซึ่งอาจจะเป็นเพราะพ่อแม่ไม่ได้จัด หรือสั่งการไว้ แต่ก็มีพ่อแม่สั่งไว้ด้วยวาจา พอพ่อแม่เสียชีวิตลูกหลานที่เสียประโยชน์ ก็ไม่เชื่อฟังไม่ยอมทำตาม จึงทำให้เกิดการฟ้องร้องกัน

       แต่ก็มีที่ทำพินัยกรรมแล้วก็ยังเป็นความที่ศาลอยู่ เพราะผู้ที่เสียประโยชน์จากพินัยกรรมอ้างว่าพินัยกรรมปลอม ลายเซ็นปลอม หรือถ้าผู้ทำพินัยกรรมพิมพ์ลายนิ้วมือก็อ้างว่าคนอื่นจับพิมพ์ขณะป่วยอยู่ไม่รู้ตัว หรือจับพิมพ์ขณะที่ตายแล้ว
แม้แต่พินัยกรรมฝ่ายเมืองที่ปลัดอำเภอไปจัดการที่บ้านก็ยังอ้างได้ว่าไม่สมบูรณ์ หาว่าตอนนั้นผู้ทำพินัยกรรมไม่มีสติ สัมปชัญญะแล้วก็เท่ากับโทษเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
      วิธีการป้องกันไม่ให้ลูกหลานทะเลาะ หรือเป็นความกันได้โดย ยกให้หรือโอนให้เสร็จตั้งแต่ที่ท่านยังมีชีวิตอยู่ แต่ถ้าท่านผู้เฒ่ากลัวว่าเมื่อยกให้ไปแล้วลูกหลานจะไม่เลี้ยง ก็ยังมีทางป้องกัน ทั้งนี้มีกฎหมายอยู่เรื่องหนึ่งอยู่ใน ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เรียกว่า สิทธิเก็บกิน
      สิทธิเก็บกิน มีบัญญัติว่า "อสังหาริมทรัพย์อาจต้องตกอยู่ในบังคับสิทธิ์เก็บกิน อันเป็นเหตุให้ผู้ทรงสิทธินั้นมีสิทธิ ครอบครองใช้ และถือเอาซึ่งประโยชน์แห่งทรัพย์สินนั้น"        สิทธิเก็บกินจะมีได้เฉพาะในอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ ที่ดิน บ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างต่างๆติดที่ดิน ซึ่งจะมีบุคคล 2 ฝ่าย คือ เจ้าของอสังหาริมทรัพย์ และผู้ทรงสิทธิเก็บกิน ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจะได้รับประโยชน์ทุกอย่างจากทรัพย์นั้น จะเข้าใช้สอย เองก็ได้ หรือจะให้ใครเช่าเก็บค่าเช่าก็ได้ กฎหมายยังได้บัญญัติให้ผู้ทรงสิทธิเก็บกินเป็นผู้จัดการทรัพย์นั้นอีกด้วย มีอยู่ อย่างเดียวที่ผู้ทรงสิทธิเก็บกินทำไม่ได้ คือ จะเอาทรัพย์นั้นไปขาย หรือเอาไปยกกรรมสิทธิ์ให้คนอื่นไม่ได้เลยคงถือกรรมสิทธิ์ เป็นเจ้าของอยู่เฉยๆ จนกว่าสิทธิเก็บกินจะสิ้นไป
       ถ้าหากจะยกทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์พร้อมกับการยกให้ผู้ให้ ก็สงวนสิทธิเก็บกินไว้สำหรับตัวผู้ให้เองด้วย มีกำหนดว่าตลอดอายุของผู้ให้ เพียงเท่านี้ ผู้ให้ก็จะใช้สอยจะเก็บผลประโยชน์จากทรัพย์นั้นต่อไปได้เหมือนเดิม เช่น     * ถ้าท่านยกตึกแถวให้ลูกโดยสงวนสิทธิเก็บกินไว้ หากท่านเคยให้คนเช่า
เพื่อเก็บค่าเช่า หลังจากยกให้แล้วท่านก็ยังคงเก็บค่าเช่าไปตามเดิม เพราะว่า ท่านเป็นผู้ทรงสิทธิเก็บกิน ลูกผู้ได้รับตึกแถวไปจะยังไม่มีสิทธิเก็บค่าเช่า ถ้าท่านใช้ประโยชน์จากตึกแถวนั้นอยู่ ท่านก็มีสิทธิที่จะใช้ต่อไปเหมือน อย่างเดิม
    * ถ้าเป็นบ้านที่ท่านอาศัยอยู่แม้จะยกให้ลูกแล้ว ถ้าท่านสงวนสิทธิเก็บกินไว้ ท่านก็มีสิทธิอยู่ในบ้านต่อไปตามเดิม ลูกที่ท่านยกบ้านให้จะไล่ท่านไม่ได้ ท่านเองต่างหากถ้าเกิดไม่พอใจขึ้นมา ก็ยังมีสิทธิไล่ลูกไม่ให้อยู่ด้วยก็ได้ ประโยชน์ของการสงวน สิทธิเก็บกินที่กล่าวมาข้างต้น คือ พ่อแม่ หรือปู่ย่า ตายาย มีโอกาสแบ่งปันทรัพย์สมบัติให้ลูกหลานในขณะที่ยังมีชีวิตอยู่ได้ โดยไม่ต้องกลัวว่าลูกหลานจะไม่เลี้ยงดู ถึงแม้ลูกหลานจะขายทรัพย์นั้นไป อย่างไรสิทธิเก็บกินก็ยังจะติดตามไปบังคับกับเจ้าของใหม่ได้อีกด้วย
       ข้อดี ข้อเสียระหว่างการทำพินัยกรรม กับ การยกให้โดยสงวนสิทธิเก็บกินไว้
  1. ยกให้โดยสงวนสิทธิเก็บกินไว้ เมื่อยกให้ลูกหลานคนไหน ลูกหลานคนนั้นได้รับอย่างแน่นอน ในภายหลังใครจะแย่งไม่ได้ เมื่อพ่อแม่ หรือปู่ย่าตายายเสียชีวิตไปแล้ว ลูกหลานไม่ต้องทะเลาะไม่ต้องแบ่งมรดกกัน ส่วนการทำพินัยกรรมลูกหลานยังมี การทะเลาะกันได้โดยอ้างว่าพินัยกรรมปลอม
  2. การสงวนสิทธิเก็บกินไว้ จะเปลี่ยนแปลงอีกไม่ได้ ถ้าภายหลังเกิดอยากเปลี่ยนไปให้ลูกหลานคนอื่นนั้นทำไม่ได้ หรือพ่อแม่ ่ปูย่าตายายอยากจะขายทรัพย์นั้น เอาเงินไปใช้อย่างอื่นก็ทำไม่ได้ ส่วนการทำพินัยกรรมนั้น ตราบใดที่ผู้ทำพินัยกรรม ยังไม่ตายจะทำพินัยกรรมใหม่เปลี่ยนไปยกให้คนอื่นอย่างไรก็ได้
  3. กาสงวนสิทธิเก็บกินมีได้เฉพาะในอสังหาริมทรัพย์เท่านั้น ส่วนพินัยกรรมนั้นเกี่ยวกับทรัพย์ได้ทุกอย่าง ไม่มีข้อจำกัด
  4. การยกให้ไปทันที ถ้าพ่อแม่ลำเอียง ลูกทุกคนก็จะรู้เห็นโจ่งแจ้ง ปกปิดไม่ได้ อาจเป็นชนวนให้เกิดความแตกแยกได้ แต่การทำพินัยกรรม ผู้ทำจะยังไม่เปิดเผยข้อความในพินัยกรรมในขณะที่มีชีวิตอยู่ได้

 

ติดต่อพวกเราได้ที่นี่

Copyright © บริษัท ไอที โอพีเอ็ม จำกัด
อาคารเอเวอร์กรีนเพลส ชั้น 10B 318 ถ.พญาไท
แขวงถนนเพชรบุรี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
Tel : (02)2194302-11 Fax : (02)2194300
E-mail
: webmaster@susarn.com

 

bฦB u.